You are currently viewing อบจ.ปทุมธานี เข้าร่วมประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ จากห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

อบจ.ปทุมธานี เข้าร่วมประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ จากห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

วันอังคารที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2568 เวลา 08.00 น.
นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เข้าร่วมประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ จากห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
โดยพลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี มอบหมายให้นางพิชชานันท์ เกษมวราภรณ์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมข้าวหอมปทุม 4 ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี
นอกจากนี้มี รอง กอ.รมน. หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปทุมธานี ท้องถิ่นจังหวัดปทุมธานี นายอำเภอสามโคก ผู้แทนอำเภอเมืองปทุมธานี ผู้แทนเกษตรและสหกรณ์จังหวัดปทุมธานี อุตุนิยมวิทยาจังหวัดปทุมธานี ประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม
ทั้งนี้เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและดินถล่มจากอิทธิพลของพายุ “คาจิกิ” และพายุ “หนองฟ้า” โดยมีนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมทั้งนายเชษฐา โมสิกรัตน์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) สำนักงานทรัพยากรน้ำ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรธรณี จังหวัดที่ประสบอุทกภัยได้ร่วมรายงานสถานการณ์และการดำเนินการให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ เช่น จังหวัดเพชรบูรณ์ หนองบัวลำภู สุโขทัย ฯลฯ ซึ่งมีการรายงานภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยและดินถล่ม สภาพอากาศ สถานการณ์น้ำ และแนวโน้มสถานการณ์
โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับแนวทางการบริหารจัดการสถานการณ์ 5 ด้าน ได้แก่
1. ติดตามสถานการณ์ โดยให้ทุกจังหวัด ยังคงเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง และหากมีเหตุบ่งชี้ว่าพื้นที่ใดอาจเกิดอุทกภัยให้รีบแจ้งอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เตรียมรับสถานการณ์ล่วงหน้า และแจ้งเตือนประชาชน
2. เตรียมความพร้อมรับเหตุฉุกเฉินในพื้นที่ โดยให้ทุกจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมความพร้อมเพื่อรับเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบของแต่ละระดับ ตั้งแต่การรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน การเตรียมชุดปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย การเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ พร้อมออกปฏิบัติงานได้ทันทีที่ได้รับแจ้ง
3. การปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยทุกพื้นที่ต้องให้ความสำคัญกับการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยในพื้นที่เป็นอันดับแรก หากมีผู้ประสบภัยติดค้างอยู่ในพื้นที่ประสบภัย และหากประเมินจะเป็นอันตรายให้อพยพนำผู้ประสบภัยออกจากพื้นที่ประสบภัยโดยเร็ว กรณีมีเหตุดินโคลนถล่มให้เร่งเข้าค้นหาผู้ประสบภัยให้เร็วที่สุด สำหรับพื้นที่ที่มีเหตุกำแพง พนังกั้นน้ำ กระสอบทรายกั้นน้ำชำรุดเสียหายทำให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ ให้จัดทีมเข้าซ่อมแซมโดยทันที และสำหรับพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง ให้ประสานขอรับการสนับสนับสนุนเครื่องสูบน้ำจากหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่และศูนย์ ปภ.เขต เร่งรัดการสูบระบายน้ำ
4. เร่งรัดจ่ายเงินช่วยเหลือหรือให้ความช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ขอให้จังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งรัด ลดขั้นตอน และระยะเวลาในการพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือให้แก่ผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลัง หรือระเบียบกระทรวงมหาดไทยสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะในด้านการดำรงชีพ โดยไม่ต้องรอให้สิ้นสุด เพื่อให้ประชาชนผู้ประสบภัยมีความเชื่อมั่นในการดูแลของหน่วยงานภาครัฐ
5. การเร่งฟื้นฟูบูรณะในพื้นที่ที่สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ ให้จังหวัด อำเภอและองค์กรปกรองส่วนท้องถิ่นจัดทีมเข้าฟื้นฟูบูรณะสภาพพื้นที่ให้กลับสู่สภาพเดิม เช่น การเก็บทำความสะอาดพื้นที่/การซ่อมแซม โดยให้ความสำคัญในการแจ้งเตือนประชาชนเพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยเป็นสำคัญ
กับ อบจ.ปทุมธานี ได้ทาง
2. TikTok : @pathumpao
4. Line : อบจ.ปทุมธานี